Monday, March 9, 2015

Because of Love………เพราะรัก ตอนที่ 1

“อิชิ บ๊ายบาย เจอกันพรุ่งนี้นะ”
เด็กน้อยตัวกลมยืนสะพายเป้โบกมือหยอยๆให้เพื่อนๆที่เริ่มทะยอยกลับกันแล้ว ส่วนตัวเค้าเองก็ได้แต่ยืนหมุนตัวเล่นไปมา รอคอยให้ใครคนหนึ่งที่เค้ารักอย่างสุดหัวใจให้มารับเค้ากลับบ้านเสียที
“อิชิ”
“หม่าม๊า!!!
เด็กน้อยวิ่งกระโจนตัวเข้าสู่อ้อมกอดอันอบอุ่น ซุกหน้าเข้ากับอกอุ่นที่ถูกห่อหุ้มด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวนุ่ม แก้มใสถูกผู้มาถึงหอมฟัดอย่างมันเขี้ยว
“ฟ๊อดๆๆๆ คิดถึงจังเลยครับลูก วันนี้เป็นเด็กดีไหมครับ”
“อิชิก็คิดถึงหม่าม๊า วันนี้อิชิได้ดาวด้วยนะ เพราะอิชิเป็นเด็กดี อิอิ”
เด็กน้อยยืดอกชี้ให้คนเป็นแม่ดูสติกเกอร์รูปดาวสีแดง ที่ถูกแปะไว้บนอกเสื้อ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแสดงว่าวันนี้ลูกน้อยได้ทำความดีจนได้รับรางวัลจากคุณครูประจำชั้น
“จริงเหรอ น่ารักที่สุดเลยครับลูก ฟ๊อดๆๆๆ”

“คุณคชาคะ วันนี้ในกระเป๋าน้องมีจดหมายแจ้งเรื่องประชุมผู้ปกครอง ถ้ายังไงรบกวนตอบกลับมาว่าจะสะดวกมาร่วมไหม  แล้วเอามาส่งคุณครูพรุ่งนี้นะคะ ใส่เป้น้องกลับมาก็ได้ค่ะ”
คุณครูพี่เลี้ยงใจดีของอิชิยืนยิ้มอยู่ข้างๆ คชาเอาขนมมาฝากพวกคุณครูบ่อยครั้ง ทุกคนจึงรู้จักคชาเป็นอย่างดี
“ครับ ขอบคุณมากเลยนะครับครูอิ๊ด ถ้าอย่างงั้นเจอกันพรุ่งนี้นะครับ ไหว้คุณครูก่อนครับลูก”


คชาปล่อยอิชิลง อิชิพนมมือก้มลงไหว้ครูอิ๊ดงามๆหนึ่งทีแล้วจูงมือคนเป็นแม่เพื่อเดินกลับบ้าน  บ้านของพวกเค้าไม่ไกลจากโรงเรียนนัก ในวันที่คชาอยู่บ้านอย่างวันนี้ จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขับรถมาให้เปลืองน้ำมัน ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัวด้วย เด็กน้อยเล่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นกับเค้าในวันนี้ให้แม่ฟังอย่างตื่นเต้น คชาเองก็ยิ้มไปฟังไป ถามกระตุ้นให้ลูกตอบไป ในอกพองฟูด้วยความเป็นสุข ก็ลูกของเค้าน่ะทั้งเลี้ยงง่ายและเป็นเด็กดี ไม่เคยทำให้เค้าต้องเสียใจหรือกลุ้มใจเลยสักครั้ง เด็กน้อยพูดจ้อเสียงดังตลอดทาง  เดินมาได้สักพักไม่นานเค้าสองคนแม่ลูกก็กลับมาถึงบ้าน

“หื้มมม หอมจังเลย หม่าม๊าทำอะไรอ่ะ”
“หม่าม๊าอบมัฟฟินกล้วยหอมครับ”
“หม่าม๊า อิชิหิวแล้ว”
เด็กน้อยเบะปากลูบพุงตัวเองปอยๆ
“โอเคครับ งั้นไปล้างมือนะ เดี๋ยวหม่าม๊าใส่จานให้”
อิชิวิ่งเร็วจี๋เข้าไปล้างมือในห้องน้ำในขณะที่คชา เปิดเตาอบเช็คดูขนมที่เค้าอบทิ้งไว้ตั้งแต่ก่อนออกไปรับลูก กะเวลาไว้ว่าคงจะเสร็จทันพอดี
มัฟฟินกล้วยหอมวอลนัทร้อนๆส่งกลิ่นหอมฉุยออกมาจากเตา คชาบรรจงหยิบมันขึ้นมาวางไว้บนจาน แล้วหั่นแอปเปิ้ลเป็นรูปกระต่ายวางไว้ข้างๆ2ชิ้น เทนมใส่แก้วลายกระต่ายเข้าชุดกันกับจานแล้วยกไปวางบนโต๊ะที่ตอนนี้อิชินั่งรอเรียบร้อยอยู่แล้วอย่างใจจดจ่อ
“อ่ะ ทานผลไม้ แล้วก็ดื่มนมด้วยนะครับ จะได้แข็งแรงนะ”
“หู้ มีคุณกระต่ายด้วยอ่ะหม่าม๊า”
“ใช่แล้วครับ กินให้หมดนะคนเก่ง ไม่งั้นคุณกระต่ายเสียใจแย่เลย”
เด็กน้อยหยิบมัมฟินขึ้นมากัดคำโต
“งื้อหม่าม๊า อย่อยยยย”
“ไม่เอาครับ หม่าม๊าเคยสอนว่าไง ไม่พูดเวลาอาหารอยู่ในปากใช่ไหม”
อิชิเคี้ยวขนมหนุบหนับเเต่ก็ผงกหัวตอบคนเป็นแม่ คชายิ้มน้อยๆ ลูบหัวลูกแล้วลุกขึ้นไปเก็บครัว

วันนี้มีออเดอร์ไม่มาก แต่งานทำขนมเป็นงานละเอียดอ่อน  ใช้เครื่องมือก็เยอะ ดังนั้นไม่ว่าจะทำมากทำน้อย ห้องครัวก็เละตุ้มเปะอยู่ดี
ชีวิตของคชาเริ่มต้นทุกวันด้วยการตื่นแต่เช้ามืดลุกขึ้นมาเตรียมขนมที่จะต้องนำไปส่งตามออเดอร์ของวันนี้ หากเป็นขนมที่เตรียมได้ตั้งแต่เมื่อวานอย่างพวกขนมแห้ง เค้าก็แค่จัดมันใส่กล่อง หรือถ้าต้องแต่งหน้าด้วยครีมหรือผลไม้สด เค้าก็จะได้ทำมันก่อนที่ลูกจะตื่น ขนมบางอย่าง ถ้าต้องทำสดใหม่วันต่อวันอย่างพวกมูสเค๊ก เค้าก็ต้องเผื่อเวลาไว้ทำหลังจากที่เอาลูกไปส่งที่โรงเรียนแล้ว พอเจ็ดโมงเช้า คชาก็เข้าไปปลุกลูกให้ตื่น อาบน้ำแต่งตัว ถ้ายังพอมีเวลา เค้าก็เลือกที่จะเดินไปส่งลูก แต่ถ้าหากต้องรีบเอาขนมไปส่ง เค้าก็จะขับรถแล้วเลยเอาขนมไปส่งเลย ลูกค้าของเค้ามีหลากหลายตั้งแต่ร้านกาแฟ ร้านอาหาร พวกพนักงานออฟฟิตตามบริษัทต่างๆ ข้อดีก็คือทุกที่ที่เค้าจะต้องไปส่งล้วนอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเค้านัก ถ้าหากเริ่มไปส่งขนมตอนเช้า ไม่เกินเที่ยงก็เสร็จ ได้กลับมาทานข้าวบ้าน ทำขนมของวันต่อไปแล้วรอไปรับลูกที่โรงเรียน 

“อิชิกินหมดแล้วครับหม่าม๊า”
เด็กน้อยยกจานกับแก้วลายกระต่ายมาให้คชาถึงอ่างล้างจาน แม้ว่าเด็กน้อยจะพึ่งสี่ขวบ เค้าก็เข้าใจดีว่าอิชิพยายามจะแบ่งเบาภาระของคนเป็นแม่ให้ได้มากที่สุด เพราะเค้าเห็นอยู่กับตาว่าแม่เหนื่อยแค่ไหน  หม่าม๊าต้องตื่นก่อนอิชิทุกเช้า เข้านอนเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ไหนจะงานบ้าน ทำกับข้าว ไหนจะต้องทำขนมขาย แล้วแถมยังต้องคอยไปรับไปไปส่งอิชิที่โรงเรียนอีก
“อิ่มรึยังครับลูก”
“อื่ม”
“งั้น....เล่นอะไรกันดีล่ะ ระบายสี หรือจะต่อจิ๊กซอดี”
“อื๊ออออ ไม่เอาอ่ะ หม่ามี๊ค้าบ ต่อเลโก้กันดีกว่านะ”
“โอเคครับ งั้นอิชิไปเลือกมาทีนะ ว่าวันนี้จะต่อชุดไหนดี”
เด็กน้อยวิ่งไปที่ชั้นวางของเล่น ยืนเลือกอยู่สักพักก็ตัดสินใจหยิบกล่องที่อาม่าพึ่งให้มาเป็นของขวัญวันเกิดเมื่อเดือนที่แล้ว

“หู๊ อันนี้แอบยากนะครับลูก หม่าม๊าจะต่อได้ไหมอ่ะ”
“หม่าม๊าก็ต้องพยายามสิครับ คนเราถ้าพยายามจะทำอะไรก็สำเร็จใช่มะ”
“5555 ครับๆ ถูกแล้ว”
คชาอดขบขันไม่ได้ ก็คำพูดนี้เค้าเองแหละที่เค้าค่อยพร่ำสอนเจ้าตัวเล็กจนจำขึ้นใจ เค้าไม่อยากให้ลูกเป็นคนที่พอท้อ แล้วล้มเลิกความตั้งใจง่ายๆ และมันก็ดูเหมือนจะได้ผล เพราะหลายๆครั้งพออิชิตั้งใจจะทำอะไรแล้ว เค้าก็จะพยายามทำให้สำเร็จ อย่างเช่นเวลาที่เค้าเจอหนังสือที่เค้าชอบ เค้าก็พยายามหัดอ่านหนังสือให้ได้ทั้งเล่มด้วยตัวเอง แม้ว่าจะต้องให้แม่คอยช่วยอยู่บ้างก็ตาม จนตอนนี้ความสามารถในการอ่านของเค้าเกินจากเด็กในวัยเดียวกันไปไกลโขแล้ว
สองคนแม่ลูกพยายามต่อเลโก้ชุดใหม่เอี่ยมโดยทำตามคู่มือที่แนบมา มันไม่น่าจะยากนัก แต่ไม่รู้ทำไมคชาทำไม่ได้เสียที
“หม่าม๊า มันต้องต่อตรงนี้หรือเปล่า เนี่ยอันนี้เอาไว้ใส่ล้อมันสิ”
“มันใช่เหรอลูก ตรงนี้ในคู่มือมันป็นชิ้นสีเทาเนี่ย เห็นไหม”
“โอ้ย หม่าม๊าอ่ะ ไม่ได้เรื่องเลย อิชิรออาเก้ากลับมาช่วยดีกว่า”
เด็กน้อยทำหน้าเซ็งๆนอนแผ่หราลงไปบนพื้น คชาก็ได้แต่หัวเราะอย่างเหนื่อยใจ ของเล่นเด็กสมัยนี้ ซับซ้อนกว่าที่เค้าเคยเล่นเมื่อก่อนเยอะเลย แต่นั่นก็เพราะอิชิเป็นเด็กฉลาด ของเล่นหลายๆอย่างจึงเล่นเกินอายุไปเยอะแล้ว แม้แต่จิ๊กซอ เดี๋ยวนี้ถ้าต่อ30ชิ้น คชาก็ไม่ต้องช่วยเลย
“ขอโทษครับ ก็หม่าม๊าไม่ได้เก่ง เป็นวิศวะสุดเท่เหมือนอาเก้าเค้านินะ หม่าม๊าเป็นแค่คนขายขนมเอง”
“แต่ขนมของหม่าม๊าก็อร่อยที่สุดในปฐพีเล้ยยยยยย”
เด็กน้อยกระโดดขึ้นยืน อ้าแขนกว้างราวกับต้องการที่จะประกาศศักดาให้สมกับความอวดอ้างของเค้าแล้วโผลงมากอดคชาไว้เต็มแรง
“อิชิรักหม่าม๊าที่สุดเลย”
“หม่าม๊าก็รักอิชิครับ จุ๊บๆๆๆ”
สองคนแม่ลูกเล่นกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอยู่บนพื้นห้องรับแขก จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์สีขาวเครื่องจ้อยดังขึ้นขัดจังหวะ
“อะ ดูสิอิชิ อาเก้าโทรมาแหนะ”
อิชิลุกขึ้นมากระโดดโลดเต้นขณะที่หม่าม๊ารับโทรศัพท์
“ฮัลโหลเก้า ว่าไง”
(“วันนี้เก้าซื้อปูมาอ่ะ เดี๋ยววันนี้กินปูผัดผงกระหรี่กันนะ”)
“อิชิ วันนี้เราจะได้กินปูผัดผงกระหรี่ล่ะ” คชากระซิบบอกเด็กน้อยตากลมที่ยืนจ้องเค้าอยู่ข้างๆ
“เย่!
“ได้ยินเสียงลูกไหม ดีใจใหญ่แล้ว”
(“555  ได้ยิน งั้นบอกเค้า เดี๋ยวอาเก้าก็คงถึงบ้านแล้ว ไปเตรียมเครื่องปรุง แล้วหุงข้าวทีนะ จะได้กินกันไวๆ”)

วันนี้เก้าโชคดีที่ได้งานเลิกเร็ว งานวิศวะอย่างเค้าเอาแน่เอานอนไม่ค่อยได้ ถ้าช่วงที่ติดอยู่ในออฟฟิตก็ดีไป แต่ถ้าช่วงไหนที่ต้องออกไซต์งาน บางวันกลับเช้า บางวันกลับค่ำ บางวันก็ใกล้ บางวันก็ไกล ไม่แน่ไม่นอน ถ้าโปรเจคไหนไม่ไกลบ้านมากก็ดีไป เพื่อนวิศวะด้วยกันบางคนถึงขั้นนอนค้างที่ไซต์งาน แต่เค้ายอมเสียเวลาเดินทาง แล้วเค้าจะไม่ชอบใจเลยถ้าต้องกลับบ้านช้า หรือออกไซด์งานต่างจังหวัด อดเป็นห่วงสองแม่ลูกไม่ได้ จนพวกเพื่อนๆที่ทำงานแซวเค้ากันยกใหญ่ว่าติดลูกติดเมียเหลือเกิน และเก้าเองก็ไม่เคยปฏิเสธว่าเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของเค้า คชาเองก็ไม่ใช่เมีย และที่สำคัญ คชาเองก็เป็นผู้ชายทั้งแท่ง
บ้านไม้สองชั้นหลังไม่เล็กไม่ใหญ่สีขาวสะอาดตาตั้งอยู่ริมแม่น้ำ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้ดอกไม้นานาพันธ์ บ้านที่เค้ากับพี่ชายเกิดและเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ชีวิตในวัยเด็กของเค้ามีความสุขมาก แม้พวกเค้าจะไม่ได้ร่ำรวย แต่ก็ไม่เคยขัดสน  พ่อของเค้าทำงานราชการ แม่เป็นแม่บ้าน ส่วนเค้าสองคนพี่น้องก็เป็นเด็กดี เรียนเก่ง และมีความสามารถหลากหลาย และมักจะได้รับรางวัลมากมาย ทำให้พ่อแม่ภูมิใจมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว แต่ทุกอย่างมันเริ่มลงเหวเมื่อตอนที่พ่อแม่ของเค้าประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทั้งคู่ ทิ้งให้เค้ากับพี่ซึ่งกำลังเรียนมหาลัยต้องอยู่อย่างไม่รู้อนาคต เต๋า พี่ชายคนโตของบ้านตัดสินใจออกจากมหาลัยกลางคันเพื่อไปทำงานส่งเสียให้น้องได้เรียน แต่ไม่นานนัก เต๋าก็ขาดการติดต่อไป ไม่มีแม้แต่โทรศัพท์,จดหมาย หรือการติดต่อใดๆมาอีก มีเพียงเงินที่ยังถูกส่งมาทุกเดือนไม่ขาด จนถึงตอนนี้ก็เป็นเวลาเกือบห้าปีแล้ว

เก้าเปิดท้ายรถคว้าถุงอาหารสดและผลไม้เดินเข้าบ้านมา บ้านของเค้าอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของขนมสารพัดชนิดที่คชาทำทุกวัน แถวบ้านของเค้าก็สงบเงียบปลอดภัยน่าอยู่ ชาวบ้านอัธยาศัยใจคอดี คชาเลยไม่เคยแม้แต่จะล๊อกรั้วหน้าบ้านซึ่งเค้าเองก็ติงอยู่หลายครั้ง
“โธ่ เก้า เราไม่ได้มีสมบัติอะไรให้เค้าเอาสักหน่อย ก็ลองมาสิ คชาจะ..........ชวนเค้ากินขนม5555555”
เก้าอดเอ็นดูในความติดตลกและมองโลกในแง่ดีของคชาไม่ได้ คชาไม่เคยเปลี่ยน เค้าสองคนสนิทสนมกันมานาน เรียนโรงเรียนเดียวกัน เข้าชมรมเดียวกัน มหาลัยเดียวกันจนกระทั่งคชาต้องออกจากมหาลัยเพราะท้อง
การที่ผู้ชายท้องได้นั้นเป็นเรื่องประหลาด และเป็นเคสหายาก ที่บ้านคชารับไม่ได้ที่ลูกชายคนโตของตระกูลอัญชุลีประดิษฐ์จะไปได้เสียกับผู้ชาย และที่เลวร้ายกว่า จนถึงขั้นท้อง แถมพ่อเด็กก็ไม่อยู่รับผิดชอบ เก้าเลยอาสารับคชามาดูแลแทน เพราะอย่างน้อยเค้าก็เป็นสายเลือดทางพ่อเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ และบ้านเค้าเองก็กว้างขวางเกินไปสำหรับเค้าคนเดียวอยู่แล้ว

“กลับมาแล้วครับ”
“อาเก้า!
อิชิวิ่งส่ายก้นกลมดุ๊กดิ๊กกระโดดกอดอาเก้าของเค้าเต็มแรง คชาที่สวมผ้ากั้นเปื้อนสีฟ้าอ่อนเดินออกมาเพื่อมารับถุงกับข้าวมากมายที่เก้าหิ้วกลับมาด้วย
“อาเก้าครับ วันนี้อิชิกับหม่าม๊าต่อเลโก้กันครับ แต่หม่าม๊าไม่ได้เรื่องเลย เลยทำกันไม่ได้ อาเก้าช่วยอิชิต่อทีนะครับ”
“พูดอย่างงี้ไม่น่ารักเลยอิชิ ไปว่าแม่เค้าได้ยังไงครับ คนเราก็ถนัดไม่เหมือนกันไง ให้อาเก้าทำอาหารก็ไม่อร่อยเหมือนของแม่หรอก หรือวันนี้..........ให้อาเก้าทำกับข้าวเย็นดีไหม หื้ม”
“อี้ ไม่เอาอ่ะ เดียวอาเก้าทำไหม้เหมือนไข่เจียวตอนนั้น แหวะ”
“ไม่เอาครับลูกพูดจาไม่น่ารักเลยวันนี้ เดี๋ยวหม่าม๊าไม่อ่านนิทานให้ฟังนะ”
“แง้ หม่าม๊า อิชิล้อเล่น อิชิไม่ว่าแล้วครับ อิชิรักอาเก้ากับหม่าม๊านะ”
เด็กน้อยยื่นหน้าไปหอมแก้มหล่อคมสันของคนเป็นอาแล้วซุกหน้าไว้กับคอแน่นอย่างรู้สึกผิด
“อาเก้าก็รักอิชินะครับ ฟ๊อด”
เก้าบรรจงหอมแก้มใสของเด็กชายในอ้อมแขน เด็กน้อยหัวเราะคิ๊กเบี่ยงหน้าหลบเมื่ออาเริ่มทำจมูกฟุ๊ดฟิดอยู่ตรงใบหูและคอของเค้า
“อาเก้า อิชิจั๊กจี้อ่ะ555 อาเก้าหอมหม่าม๊าบ้างสิ”
เมื่อได้ยินคำขอของเด็กน้อย ผู้ใหญ่สองคนได้แต่ยืนนิ่ง ทำหน้าไม่ถูก หลังๆนี้ลูกขอให้พวกเค้าสองกันกอดกันหอมกันบ่อยๆ ด้วยเหตุผลที่ว่า
“ครอบครัวเดียวกันก็ต้องรักกันสิครับ ในหนังสือบอก”
“แต่หม่าม๊ากับอาเก้าก็รักกันนิครับลูก”
“ก็เวลาหม่าม๊ารักอิชิ หม่าม๊ายังหอมอิชิเลย หม่าม๊ากับอาเก้าก็ต้องหอมกันสิ ทีป๊ากะม๊าของนนท์ยังหอมกันเลย อิชิเห็น”
น้องนนท์เพื่อนห้องทานตะวัน เพื่อนสนิทของอิชิ พ่อกับแม่เป็นคนหัวสมัยใหม่ จึงแสดงความรักกันให้ลูกเห็นหลายๆครั้งเวลาอิชิไปเล่นด้วยที่บ้าน ตัวคชาเองก็ไม่อยากให้ลูกมีปมด้อย เพราะพ่อก็ไม่มี อยู่ที่ไหนเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้ เค้าจึงตามใจอิชิค่อยข้างจะมาก จนเก้าต้องปรามหลายครั้งเพราะไม่อยากให้ลูกเสียคน

“เร็วๆสิครับ อาเก้าหอมหม่าม๊าเร็ว”
คชาก้มหน้าเสมองพื้น แม้ไม่ได้ห้ามแต่ก็ไม่ได้เสนอเชิญชวน เก้าเพ่งพินิจดูแก้มเนียนกับใบหน้าหวานที่ดูอ่อนวัยราวกับเด็กมัธยม ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าคนร่างบางตรงหน้าจะอายุเกือบ 25 ปีเข้าไปแล้ว
เก้าใช้มืออีกข้างที่ยังว่างเชยคางของคชาให้เงยหน้าขึ้น ก่อนจะประทับจูบลงบนหน้าผากเนียน เค้าเขี่ยจมูกวนเลยลงมาถึงแก้มใส สูดกลิ่นหอมของเนื้ออ่อนๆนั่นจนเต็มปอด อิชินั้นมีกลิ่นหอมของแป้งเด็ก ส่วนคชา....หอมหวาน เหมือนขนม หรือดอกไม้ หรือเพราะว่ากลิ่นดอกแก้วในสวนหน้าบ้านที่พวกเค้ายืนอยู่นั้นผสมปนเปเข้ามาจนเค้าชักจะมึนเมาเสียแล้ว
เก้าละออกมาจากแก้มเนียนแล้วเพ่งพินิจใบหน้าใสของคนข้างหน้าที่ขึ้นสีเล็กน้อย เค้าลากนิ้วไปบนปากอวบอิ่มสีชมพูสดเผยอเชิญชวนให้ชิมลิ้มลองตรงหน้า  ริมฝีปากสวยที่เค้าไม่เคยได้สัมผัส

“งื้ออออ อาเก้า ทำไมจุ๊บเหม่งหม่าม๊าอ่ะ ไม่เห็นจุ๊บอิชิบ้างเลย”
เสียงใสของเด็กน้อยในอ้อมแขนขัดจังหวะห้วงความคิดของเค้า เก้าปล่อยมือจากใบหน้าสวยอย่างน่าเสียดาย
“โอเคครับ อาเก้าจุ๊บอิชิให้เยอะๆเลยนะ จุ๊บๆๆๆๆๆๆ”
“5555555 อาเก้าคับ พอแย้ว “
“เข้าบ้านกันเถอะ เย็นแล้ว เดี๋ยวยุงกัดนะ เก้าไปอาบน้ำนะ เดี๋ยวจะได้ลงมากินข้าว”
“อิชิอาบน้ำกับอาเก้าได้ไหมครับ”
“เอาสิครับลูก แต่อย่าเล่นน้ำนานนะ”
“โอเค รับทราบ!”
เด็กน้อยทำท่าตะเบะเก๋ไก๋ราวกับรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาอย่างใดอย่างนั้น ทั้งสามเดินเข้าบ้านที่เปิดไฟสว่างในยามเย็นดูอบอุ่นน่าอยู่เพื่อแยกย้ายกันทำธุระและหน้าที่ของตัวเอง

หลังจากที่ตาหนูเข้านอนแล้ว คชาก็หยิบกระเป๋าของลูกออกมาเปิดดู หยิบแฟ้มสีเขียวสดใสที่ทางโรงเรียนใช้เป็นสื่อกลางกับผู้ปกครองออกมา ข้างในจะมีรายงานถึงพฤติกรรมของลูก สิ่งที่ต้องนำไปในวันพรุ่งนี้ หรือกิจกรรมที่ผู้ปกครองต้องเข้าร่วม โดยปกติคชาจะเปิดกระเป๋าลูกทันทีที่กลับมาถึงบ้าน เผื่อว่าถ้าคุณครูแจ้งมาว่าลูกทำตัวไม่น่ารัก คชาจะได้อบรบอิชิเสียเดี๋ยวนั้น แต่เพราะวันนี้อิชิเป็นเด็กดีจนถึงขั้นได้รับดาวแดงจากคุณครู เค้าเลยยอมให้ลูกเอาแต่ใจ หลังกินข้าวเย็น ก็ปล่อยให้เล่นต่อเลโก้กับอาเก้า อ่านนิทานให้ฟัง 6 เล่ม เด็กน้อยถึงจะยอมนอน

“จดหมายอะไรอ่ะคชา”
“อ๋อ จดหมายแจ้งประชุมผู้ปกครองน่ะ”
“เหรอ ต้องไปเมื่อไหร่ล่ะ”
“10โมง วันจันทร์หน้า”
“แล้วจะตอบว่าจะเข้าร่วมไหม”
“งืออออ ก็ต้องไปไหมอ่ะ ไม่อยากไปเลย จะไปส่งขนมยังไงละเนี่ย”
คชาเอนลงพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง ไม่เป็นไร ส่งลูกที่โรงเรียนเสร็จแล้ว ตีรถไปส่งขนม แล้วค่อยกลับมาประชุมคงทัน
เก้าดึงจดหมายไปจากมือคชาแล้วนั่งลงข้างๆ
“อ้าว เค้ามีให้ผู้ปกครองเยี่ยมชมการเรียนการสอนด้วยนิ 8-10โมง จะไม่ไปดูเหรอ อิชิหันหลังมาไม่เจอแม่คงเสียใจแย่”
“ก็...... อยากดูนะ แต่ทำไงได้อ่ะ ขนม”
“คชา ทำขนมนี่จริงๆไหนบอกจะทำเป็นแค่งานอดิเรกไง ถ้าไม่มีเวลาก็เลิกทำก็ได้นะ แค่คชากับลูกน่ะ เก้าเลี้ยงได้ “
“ไม่ได้หรอกเก้า ตอนนี้ชากับลูกก็เกาะเก้าอยู่เกาะเก้ากินแล้วไหม จะอยู่อย่างงี้ไปตลอดไม่ได้หรอก ชาต้องเก็บเงิน เผื่อต้องย้ายออกไปอยุ่ที่อื่น”
“5555 พูดเว่อร์ละชา เกาะกินบ้าอะไร  แล้วจะย้ายไปไหนอ่ะ ไม่อยากอยู่กับเก้าแล้วงั้น”
เก้ายื่นมือไปลูบหัวเห็ดของคชาด้วยความเป็นดู คชายื่นปากไม่พอใจที่เห็นเพื่อนปฏิบัติกับตัวเองราวกับเด็กๆ
“ไม่ ก็.... เดี๋ยวสักพักเก้าก็คงต้องแต่งงาน บ้านนี้ก็ต้องกลายเป็นเรือนหอ จะให้เราสองแม่ลูกมาอยู่เจ้าสาวเค้าคงไม่ชอบใจหรอก”
“555555555555 อยู่ๆคิดขึ้นมาได้ไง เก้าเนี่ยนะจะแต่งงาน วันๆมีชากับลูก ก็ไม่มีใครเค้าเข้ามายุ่งกับเก้าแล้ว”
“งื้อออ งั้นชายิ่งต้องรีบย้ายออกใหญ่เลยอ่ะ”
เก้าเอื้อมมาดึงมือเรียวของคชาขึ้นมากอบกุม
“เก้าอยู่แบบนี้ก็มีความสุขดีแล้ว แค่มีชากับลูกที่บ้านของเราก็พอแล้วนะ ถ้าชาไปแล้วใครจะดูแลบ้าน ดูแลเก้า ทำกับข้าวอร่อยๆให้เก้ากินล่ะหื้ม ใจคอจะทิ้งกันลงคอเลยเหรอ”
“เก้าอ่ะ เก้าก็หาแฟนสิ”
คชายังคงตัดพ้อไม่เลิก  เก้ายิ้มอ่อนๆบีบมือคชาแน่นขึ้นอย่างมีความหมาย

“งั้น......ชามาเป็นแฟนเก้าไหมล่ะ “

Wednesday, February 25, 2015

Let's Fight ตอนที่ 30 Tao’s At Love



ตอนที่ 30 Tao’s At Love

ครับ ชีวิตกูมันละครน้ำเน่าชัดๆ ทำไมครับ ทำไมต้องมาวันนี้ ตอนนี้  ทีไอ้ตอนที่กูขะมักเขม้นทำงานซ้อมบทก็ไม่เคยมาเยี่ยมกอง ไอ้เผือกเอ้ย ผมพยายามจะวิ่งตามเต๋าให้ทัน แต่ไอ้ขาเจ้ากรรมนี่ก็ดันสั้นเหลือเกิน  เต๋าไม่แม้แต่จะหันมามองผม ขนาดผมตะโกนเรียกชื่อมันซะเสียงดังลั่น  ไอ้เหมียวขี้งอนสะบัดตูดขึ้นรถแล้วขับออกไปเลยครับ งื้อออออ

“อ้าว นั่นพี่เต๋าใช่ป่ะ อะไร กลับไปแล้วเหรอ แล้วเค้ามาทำไมแป๊ปเดียว”
“เอ่อ ปะ ปล่าว ไม่รู้มันเป็นไร รีบไปขี้มั้ง”
เพราะมึงนั่นแหละ เพราะมึงเล้ยย เล่นเหี้ยไรไม่รู้เนี้ย แน๊ะ ยังจะมาทำหน้ายิ้มหล่ออีกนะ
“ งั้น............ ไปเตรียมตัวเข้าฉากกันเหอะพี่คชา ไม่ต้องไปสนใจหรอกเนอะ”
แล้วจะโอบเอวกูเพื่อ อะ กูหมดกำลังใจจะสู้มึงละ จะทำอะไรก็ทำเลย ไอ้คุณน้องเก้าเอ้ย

ผมกระหน่ำโทร กระหน่ำไลน์ กระหน่ำแมสเซส ส่งสารพัดสติกเกอร์ไปหาเต๋าทั้งวัน มันก็ไม่ยอมตอบ รู้นะครับ ว่าวันนี้เต๋ามีร้องเพลงสองงาน แต่ก็ไม่ได้ยุ่งขนาดตอบไลน์ผมไม่ได้สักหน่อย ปกติตอบกลับในสามนาทีเลยด้วยซ้ำ ขนาดผมโทรเข้าเครื่องพี่ตี๋ มันยังบอกปัด ไม่ยอมรับสายเลย ให้ตายเหอะ นี่กูไม่รู้จะง้อยังไงแล้วนะโว้ย แล้ววันนี้กว่าจะเลิกกองก็มืดเลยด้วย แถมแฟนคลับผู้แสนดียังมารอให้ของขวัญวาเลนไทน์อีก ก็ต้องยิ้มแย้มน้อมรับความเอาใจใส่ของแฟนๆล่ะครับ ทั้งๆที่ในใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวล ก็เต๋ามันเข้าใจผิดผมไปใหญ่แล้ว วาเลนไทน์วันหวานห่าอะไร วันมหาวิปโยคชัดๆ ฮืออออออ   เอางี้ มึงไม่รับสายกูใช่ไหม ได้ กูจะไปดักรอมึงที่บ้าน ดูสิ มึงจะหลบหน้ากูยังไง หึหึ

หลังจากขับรถข้ามเมืองมาสักพัก ผมก็มาถึงหน้าบ้านเต๋า บ้านงี้ปิดไฟมืดเชียว ผมรู้ว่าเต๋าเลิกงานแล้ว และมันก็ควรที่จะถึงบ้านก่อนผมซะด้วยซ้ำ เพราะเมื่อกี้ผมทั้งโทรจิก ทั้งไลน์ไปหาพี่ตี๋ (ก็มันอยากไม่รับโทรศัพท์ผมเองนิ ช่วยไม่ได้) พี่ตี๋บอกว่าเดี๋ยวก็ให้มันกลับบ้านแล้ว ไม่ดึกหรอก แล้วไหนละครับ ฮื่ออออ แถมคนในบ้านคนอื่นๆก็ไม่มีใครอยู่ คาดว่าทุกคนคงจะไปฉลองวันเกิดให้แม่เต่ากันแหละครับ อ้อ! บ้านผมก็มีงานวันเกิดนะ ของคิว แต่เราให้ของขวัญเป่าเค๊กกันไปเมื่อคืนแล้ว งอแงจะเอาแฟรชกล้อง พวกผมเป็นพี่ที่ดีก็เลยต้องซื้อให้ตามคำขอ คิวงี้หน้าบานเลยครับ ไอ้อ้วนเอ้ย น้องคนเล็กก็เงี้ย มีแต่คนตามใจ โด่
เอ่อ กลับมาเข้าเรื่องของเราดีกว่า คือเต๋าเคยให้กุญแจบ้านผม อยากมาเมื่อไหร่จะได้เข้ามาเลย ไม่ต้องรอ แถมไม่พอยังจะมาหยอดผมว่า
“หอบผ้าหนีตามมาอยู่บ้านพี่เลยไหมจ้ะน้องหนู”
พ่อง หนีตามอะไร กูต้องรักนวลสงวนตัวสิโว้ย หม่าม๊าที่รักคงเสียใจตายเลย ว่าลูกชายไม่รักดี
แต่ไม่ใช่แค่ผมที่มีกุญแจบ้านมันนะ ตัวมันเองก็มีกุญแจบ้าน แถมรหัสเข้าห้องนอนของผมด้วย คือขนาดเค้นท์กะคิวยังไม่รู้เลยนะครับ คิดดูเถอะ ว่าผมให้ความสำคัญกับเพื่อนรักผมมากแค่ไหน
ผมไขกุญแจเข้ามาสู่บ้านที่เงียบเชียบและมืดสนิท บรือออ เปิดไฟให้มันดูน่ากลัวน้อยกว่านี้หน่อยดีกว่า (คือบ้านมืดๆมันน่ากลัวนิ บ้านผมคนออกจะเยอะ ไม่เคยต้องอยู่คนเดียวเลยนะ เกิดผีโผล่มาผมจะทำยังไงละ ฮื่อ) เปิดทีวีเป็นเพื่อนด้วยเลยเอ้า  
แต่เปิดทีวีดูก็แล้ว เล่นโทรศัพท์รอก็แล้ว ขนาด text ไปบอกเต๋าว่า
 “รออยู่ที่บ้าน ให้รีบกลับมา อยู่คนเดียว กลัวผี”
มันแม่งก็ยังเฉย นี่กูง้อสุดๆแล้ว จะเอายังไงกะกูอีกเนี่ย กลุ้มโว้ย หิวก็หิว ทำกับข้าวก็ไม่เก่ง กินขนมก็ไม่อิ่ม เจอเบียร์หลากหลายยี่ห้อนอนแอ้งแม้งอยู่ในตู้เย็น ถ้าไม่ของเต๋าก็คงเป็นของพ่อต๋อยแหละ เลยเอามาจิบแก้เครียดหน่อยดีกว่า แม่ง กูรอจนหงุดหงิดแล้วเนี่ย มัวแต่เถลไถลไม่กลับบ้านนะมึง เดี๋ยวมึงกลับบ้านมานะ กูจะอาละวาดให้บ้านแตกเลย ไอ้แก่เอ้ย (ไหนบอกจะมาง้อ)



Tao’s mind

วันนี้ผมอุตส่าห์ขับรถข้ามทวีปไปหาไอ้หนูที่กอง กะว่าจะไปเซอร์ไพร์เค้าซะหน่อย ไปถึงแม่งเจอชอตเด็ด คือปรี้ดแตกเลยครับ เรานี่คิดถึงเค้าตลอด ส่วนไอ้ตัวแสบมัวแต่ไปนัวเนียกับผู้ชาย ใช่สิ มันเด็กกว่า หนุ่มกว่า ใสกว่ากูใช่ไหมละ ผมงี้สังหรณ์ใจตะหงิดๆตั้งแต่มันบอกจะเล่นซีรีย์เรื่องนี้แล้วครับ ต้องมาอยู่กับผู้ชายเป็นโขยงทั้งวันทั้งคืนอย่างงี้ เด็กผมเสี่ยงจะโดนสอยจริงๆ  ผมรู้ครับว่าช่วงนี้ผมยุ่ง ไม่ค่อยมีเวลาให้เค้าสักเท่าไหร่ พอมีเวลาว่างแม้จะแค่เดี๋ยวเดียว ก็อยากจะมาใช้เวลาด้วย ยิ่งวันนี้ด้วยแล้ว อยากมาเห็นหน้าสักแป๊ปก็ยังดี มาเป็นกำลังใจให้เค้า รู้ว่าเค้ากดดันแค่ไหน ที่จะพยายามเป็นนักแสดงที่ดี สมกับที่เค้าได้รับโอกาศ แต่ดันมาเจอมันพลอดรักกับไอ้เด็กเก้าที่ใครๆก็ว่าว่ามันหน้าเหมือนผม (แต่เป็นเวอร์ชั่นที่ฟิตกว่า) คือขอให้หน้าตาอย่างงี้ หุ่นอย่างงี้(แต่เค้าฟิตกว่า ย้ำ) ก็จะเอาหมดเลยใช่ไหม
คชาน่ะ เค้าแพ้คนที่มีความเป็นผู้นำสูง ถ้าผมไม่ไปสอยมา ป่านนี้เสร็จเบน ไม่ก็อ้นไปนานแล้ว แต่ไม่ได้ครับ เด็กเราต้องคุมให้อยู่ คราวนี้ผมจะไม่ใจอ่อนปล่อยให้เค้าลอยนวลง่ายๆหรอก คอยดู เดี๋ยวมีชำระความแน่นอน หึ่ม!

คชาพยายามจะติดต่อผมให้ได้ ถ้าเป็นปกติผมคงตอบเค้าไปแล้ว รู้ไหมครับ ตั้งแต่ที่เราได้นอนข้างๆกันในบ้านแม๊ค เค้าคือคนแรกที่ผมทัก และคนสุดท้ายที่ผมบอกลาเสมอ  ถ้าเค้าทักมาแล้วผมไม่รีบตอบนี่ มีงอน  ดูครับ ถึงขั้นโทรเข้าเครื่องพี่ตี๋จะขอคุยกับผม ผมงี้โดนแซวบนเวทีเลย แต่ปล่อยเค้าประสาทแดกไปก่อนเหอะ เครียดมากๆจะได้สำนึก  อะไรนะ? จะไปรอที่บ้าน หิวข้าว กลัวผี เออ อยู่คนเดียวไปเลยนะ ผมไม่รีบกลับไปหรอก แม่ง ชวนพี่ตี๋ไปกินเหล้าแก้เซ็งดีกว่า

“เฮ้ย คชามันถามมาว่าอยู่กับมึงไหม จะให้ตอบว่าไงเนี่ย”
พี่ตี๋ถาม คือพอคชาติดต่อผมไม่ได้ มันก็กระหน่ำโทร กระหน่ำส่งเทกซ์มาที่เครื่องพี่ตี๋แทนครับ
“บอกไปสิพี่ ว่าผมไม่อยู่ แยกกันแล้ว”
“โอ้ย นี่มึงจะดึงกูไปร่วมด้วย เพื่อ! กูว่ากูชิ่งดีกว่า ไม่ยุ่งด้วยอ่ะ”
“โห่ พี่อ่ะ อยู่ด้วยกันก่อนดิ ผมขี้เกียจกลับบ้านอ่ะ”
“ไป กลับบ้านไปหาแฟนมึงเลยไป ไปเคลียร์กันให้เรียบร้อย กูจะกลับบ้านไปกกแฟนกูบ้าง”
พี่ตี๋ยกเหล้าขึ้นกระดกจนหมด แล้วกระแทกแก้วเปล่าลงบนโต๊ะ
“แฟนเฟินอะไรละพี่ เพื่อนสนิทโว้ย”
ปฏิเสธไปก่อนละครับ ก็แบบ “เพื่อน กูรักมึงว่ะ” นั่นแหละ
“หื้ม แอดเลิฟๆ เพื่อนสนิทห่าอะไร งอนกันถี่อย่างกะผัวเมีย กูว่าเค้ารู้กันทั้งค่ายแล้วแหละ จะทำห่าอะไรก็ทำไปเหอะ อย่าให้นักข่าวรู้เป็นพอ จบนะ”
ผมได้แต่หัวเราะรับแหะๆ ก็คงจะจริงล่ะครับ พวกเพื่อนในรุ่นเอเอฟแปดคนอื่นเค้าก็ทำหน้าเหมือนจะรู้กันหมด แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรให้ต้องลำบากใจ แต่พอมีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับคชา เค้าก็จะมาตามผมก่อน เวลาจะนอนก็จับมายัดไว้ให้นอนห้องผม มีแต่เจ้าตัวนั่นล่ะ ที่ยังระแวงนู้น กลัวนี่ คือกูไม่อยากจะบอกเล้ย ว่าเพื่อนๆพี่ๆน้องๆมันนะตัวดี แทบจะยกมันใส่พานมาถวายผมกันหมดแล้ว ก็เค้าขี้เกียจจะจัดการกะไอ้ดื้อกันนะสิ เพราะเยอะระดับคชา นนทนันท์ ก็คงมีแต่ผมที่”เอาอยู่”

กว่าจะกลับมาถึงบ้านก็เลยเวลาเที่ยงคืนไปแล้ว ไฟบ้านผมสว่างโร่ทั้งหลัง นี่คชามันเปิดไฟทุกห้องเลยรึปล่าวเนี่ย ยังไม่พอนะครับ มันยังเปิดทีวีเสียงดังรบกวนโสตประสาทชาวบ้านอีกด้วย มั่นใจว่าพรุ่งนี้ผมต้องโดนร้องเรียนจากส่วนกลางของหมู่บ้านแน่นอน
ผมไขกุญแจบ้านเข้าไป  ตามปิดทีวีกับไฟที่ห้องรับแขกให้คุณเค้า คือถ้าไม่อยู่ดูแล้วจะเปิดไว้ทำไม ไม่เข้าใจ มันเปลืองค่าไฟนะโว้ย เดี๋ยวนะ เดี๋ยวจะได้มีอบรมเด็กก็วันนี้แหละ อย่าคิดว่าผมจะใจอ่อนเชียว............ แล้วนี่ไอ้เด็กแสบมันอยู่ไหนวะ ในห้องนอนแน่ๆ
ใช่จริงๆด้วยครับ เด็กเห็ดนอนแผ่หราแก้มกลมอยู่บนเตียง ทีวีในห้องนอนก็เปิดทิ้งไว้อีก คือถ้าจะกลัวผีจนต้องเปิดไฟเปิดทีวีทั้งบ้านขนาดนี้ ทำไมไม่ขับรถกลับบ้านตัวเองไปเลยวะ ปลุกขึ้นมาคุยกันก่อนซิ บอกเลย ผมไม่ยอมหรอกนะวันนี้

“ชา ตื่น จะนอนทำไมไม่กลับบ้านตัวเอง ห๊า”
แผงขนตายาวฝืนยกขึ้นอย่างยากลำบาก
“ต๋าววววว ต๋าวกลับมาแล้วเหรอ”
“เออ มาทำไม”
ไอ้หนูรีบสโลสเลคลานมากอดเอวผมไว้
“ต๋าวววว ฮือ ทำไมพึ่งกลับมา ปล่อยชาไว้คนเดียวได้ไง เต๋าใจร้าย ฮืออออออ”
อะไรของมัน อยู่ๆก็ร้องไห้
“กลับบ้านไปก่อนปะชา ยังไม่อยากพูดด้วย”
ทำใจแข็งกับมันหน่อยครับ จริงๆผมหายโกรธตั้งแต่มันส่งสติกเกอร์โน้นนี่มาง้อละ มีกระทั่งร้องเพลงใส่ vine ส่งมาให้ คือดูแล้วอดขำไม่ได้ หายโกรธแต่ก็ใช่ว่าจะยอมยกโทษให้ง่ายๆหรอกนะ ไปยอมปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้คนอื่นจับง่ายๆอย่างงี้ได้ยังไง แม่งกูหวงของกูนะโว้ย

คชาโวยวายทั้งตาปรือๆ พยายามดึงแขนผมให้นั่งลงบนเตียง แล้วคลานขึ้นมานั่งตักผมทั้งตัว
“ไม่เอา ไม่กลับ อย่าพึ่งไล่นะ นี่มาง้อแล้ว นะนะ”
หื้มมมม กลิ่นแอลกอฮอล์หึ่งเลยครับ แล้วดูกองกระป๋องเบียร์บนโต๊ะหัวนอน บ๊ะ ไอ้เด็กใจแตกมันริอาจกินเหล้าเว้ยเฮ้ย แล้วนี่มันกินไปกี่กระป๋องวะเนี่ย ถึงเมาป้อแป้ซะขนาดนี้
“นี่ชาเมาเหรอ ห๊า”
“ต๋าวช่วยด้วย  คันไปหมดเลย ฮืออออออ”
คชาเริ่มเกาแกรกตามเนื้อตามตัว คือเค้าแพ้เหล้านะครับ แต่กินเบียร์มันไม่หนักเท่าไหร่ สักพักคงหาย
“แพ้เหล้าแล้วใครใช้ให้กิน ปล่อยก่อนชา เดี๋ยวเช็ดตัวให้ จะได้นอนเร็วๆ”
ผมพยายามจะผลักคชาลงนอน แต่ไอ้หนูมันดื้อ ไม่ยอมฟังเลยครับ
“ม่ายอาวไม่นอน ฮืออออ บอกก่อนว่าต๋าวหายโกรธแล้ว “
ไอ้ดื้อผลักผมลงบนเตียงแล้วขึ้นมานั่งทับตัวผมเป็นที่เรียบร้อย
“ไม่หายหรอกชา แต่ค่อยคุยกันพรุ่งนี้ คุยตอนนี้ก็ไม่รู้เรื่องหรอก รุงรังใหญ่แล้วเนี่ย โอ้ย อย่าซ๊นนนน”
ไอ้ขี้เมามันลวนลามผมใหญ่แล้วครับ คนอะไร พอเมาแล้วงอแงอย่างกะเด็กสามขวบ
“แง้....ต๋าวววว อย่าโกรธนะ รักกันนะ เดี๋ยวชาง้อนะนะ”
คชาแกะเข็มขัดกางเกงผม นิ้วสวยแกะกระดุมกางแกงแล้วควักเต๋า(ไม่)น้อยออกมาดูโลก ก่อนจะครอบปากสีสวยลงไปบนส่วนปลาย
“เฮ๊ย!! คชา อย่า! ปล่อย! ไม่เอา มานอนดีกว่านะ”
“งื้อ ไม่! ก็เต๋าชอบให้ทำแบบนี้นิ ใช่ไหม”
ลิ้นน่ารักตวัดเลียส่วนหัวรอบๆ แล้วปากสวยก็ห่อดูดปลายก่อนจะถูไถลงตลอดความยาวเท่าที่ปากน้อยๆของคชาจะรับไหว
“งาง้อแง๊วง๊ะ ง๋อโงดง๊ะ งื้อออ” (มาง้อแล้วนะ ขอโทษนะ)
ซื้ดดดดด ครับ มึงตั้งหน้าตั้งตาง้อกูไปเลยครับ กูจะไม่ห้ามมึงซ๊ากกกคำ แล้วเวลาของกูอยู่ในปาก ก็ไม่ต้องพยายามจะพูดก็ได้นะ อ๊า.......

มือสวยของคชากอบกุมแท่งร้อนไว้ในมือ ปากกับลิ้นก็ทำงานปรนเปรอความสุขให้ผม ถึงมันจะดูเงอะงะไม่น้อย แต่ก็เร้าใจดีชะมัด
“ซื้ดดดด ชา อย่าให้โดนฟัน อ้า”
“อื้ออออ”
ไอ้หนูน้อยบรรจงดูดเลียแท่งสวรรค์ให้ผมจนน้ำลายยืดเลอะเทอะเต็มไปหมด หัวเห็ดเงางามผุดขึ้นผุดลงเป็นจังหวะเมื่อไอ้หนูมันเริ่มรู้งาน สักพักมันก็เร่งจังหวะขึ้น จนผมทนไม่ไหวต้องพ่นพิษใส่โพรงปากอุ่น
“อ๊าห์.....”
“อื้ออออ”
คชาดูดผมแรงในขณะที่ผมไคล์แมกซ์ ยิ่งทำให้ผมเสียวจนเจ็บ
“ซื้ดดด ชา พะ พอแล้ว อย่าดูด ปล่อยเต๋าก่อน”
คชาเงยหน้าขึ้น ดวงตากลมเอ่อไปด้วยน้ำตาใส ปากสีแดงสดเพราะการเสียดสีเมื่อครู่บ้วนของเหลวสีขาวขุ่นไหลเยิ้มลงในมือ
“อึก ถ้าไม่กลืนเต๋าจะโกรธชาไหม มะ มันไม่อร่อยอ่ะ ฮือออออ”
“แว๊กกกก เฮ้ย ไม่ต้องกลื๊นนน เดี๋ยวท้องเสีย มานี่ เต๋าเช็ดให้”
ผมรีบคว้าทิชชูมาเช็ดน้ำเหนียวออกจากมือ ริมฝีปาก และแก้มกลมใสของคชาจนสะอาดเกลี้ยงเกลาเหมือนเดิม

“เต๋าอารมณ์ดีรึยัง ดีกันนะ”
“ยังอ่ะ ยังโมโหอยู่คชา โกรธมากด้วย”
พูดไปงั้นแหละ ใครจะไปโกรธลง ก็เด็กผมมันน่ารักน่าฟัดซะขนาดนี้  แค่อยากรู้ว่าไอ้เด็กขี้เมามันจะทำยังไงต่อ
“ต๋าววววว ฮื่อออออ ไม่เอาแล้ว หายโกรธนะ ขอโทษ ฮื่อออออ”
คชาโผตัวเข้ามากอด หน้าเล็กซุกอยู่กับอกผม ร้องไห้ฟูมฟายเป็นเด็กน้อย เวลาเมานี่มันน่ารักชะมัด
“ชารักเต๋านะ ดีกันนะ นะๆๆๆๆๆ”
คชาประกบริมฝีปากนุ่มจูบผม แล้วพยายามสอดลิ้นเข้ามา คือพยายามจะทำเหมือนที่ผมชอบทำกับเค้านั่นแหละ แต่ผมรู้สึกว่าเหมือนตัวเองโดนไอ้ด่างเลียหน้าซะมากกว่า ไม่รู้ทำไม5555 พอสมใจแล้วเค้า เค้าก็พยายามจะแกะกระดุมเสื้อเชิ๊ตผมออก สติกเกอร์รูปหัวใจและอะไรต่อมิอะไรที่แฟนๆเค้าติดไว้ให้ผมก็ยังอยู่ คชาเอานิ้วจิ้มเล่น หัวเราะชอบใจ

“เอิ๊กๆ อันนี้เต๋ากะคชานิ ตลกอ่ะ เหมือนเลย ใครวาดวะ น่ารักชะมัด5555”
“อื่ม จะถอดเสื้อให้ไม่ใช่เหรอ ทำต่อสิ”
“อื้อออ ดู เค้าติดคชาตรงกระเป๋าเสื้อด้วยอ่ะ ตรงกลางธงเลย เก๋ว่ะ ไม่ต้องเอาออกหรอกเน๊อะ เท่ดี เอิ๊กๆ”
“หึ ไม่ใช่ตรงกระเป๋าเสื้อ...นั่นน่ะตรงหัวใจ  เพราะคชาอยู่ในใจเต๋าตลอดเวลาไง แฟนๆเค้ารู้”
คชาหยุดเล่น เงยหน้ามองผมทำตาเยิ้ม ไอ้หนูปล้ำจูบผมอีกครั้ง แล้วซุกไซ้ขบเม้มซอกคอ จูบเลียหน้าอกผม (เทคนิกการเล้าโลมพัฒนาขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังห่วยแตกอยู่ดี) ผมปล่อยให้เค้าปลดกระดุมถอดเสื้อให้ผมแล้วก็นอนพิงหัวเตียง รอดูว่าไอ้หนูมันจะทำไงต่อ

คชาค่อยๆถอดเสื้อผ้าตัวเองออกจนหมด เด็กขี้เมาตัวล่อนจ้อนนั่งแปะอยู่ตรงหน้าตักผม โอ้ย เซ๊กซี่ชะมัดเลยโว้ยเด็กกู
“ต๋าวววววว มารักกันนะ”
ผมยังทำนิ่ง หน้าขรึม จริงๆกูนี่เกร็งหน้าจนเมื่อยแล้ว อยากจะยิ้มแก้มแทบปริ ก็มันอ้อนผมอ่ะ
“ไม่มีอารมณ์ละชา วันนี้เต๋าเหนื่อย”
ใครว่า  ของผมนี่แข็งตั้งแต่เห็นมันโป๊แล้ว
“เต๋าอ่ะ ฮื่ออออ เต๋าใจร้าย”
คชาดึงมือผมขึ้นไปแตะที่ริมฝีปากสวย ลิ้นสีสดแลบเลียปลายนิ้วผมจนชุ่ม ก่อนจะบรรจงสอดมันเข้าไปในโพรงปากอุ่นๆ
“คะ คชา ทำอะไร อ้า..”
“อื้ออออ”
คชาหลับตาพริ้มดูดดุนนิ้วเข้าออกราวกับเป็นขนมหวาน แล้วเค้าก็ลากนิ้วเปื้อนน้ำลายของผมมาวางทาบอยู่บนยอดอกเล็กของตัวเอง
“ต๋าววว รักชาทีนะ”
ผมบิดบี้นิ้วเปื้อนน้ำลายเล่นกับยอดเม็ดสีชมพูเล็กๆ คชาหน้าแดงจัด ตัดกับผิวสีขาวน้ำนมของลำตัว ปากครางเสียงหวานจนผมอดใจไม่ไหวต้องประกบปากดูดดุนหน้าอกอีกข้าง
เสียงจูบดูดดังสลับกับเสียงครางกระเส่าของคนข้างบน คชามันยั่ว! ถ้ารู้ว่าเวลาไอ้หนูมันเมาแล้วขี้ยั่วขนาดนี้  ผมจับมันเอาเหล้ากรอกปากไปตั้งนานแล้ว แล้วไอ้เรียกแทนตัวเองว่า”ชา”นี่อีก ถ้ามันไม่อยู่ในอารมณ์อ้อนจริงๆ ผมคงไม่ได้ยิน ชื่อนี้มันพิเศษ เพราะมันเป็นชื่อที่ผมใช้เรียกเค้ายังไงล่ะ
ผมซุกไซ้เล่นกับแผงอกสวย ปากงับเล่นไปทั่วทั้งหน้าอก ซอกคอ ลามไปถึงใบหูขาวสะอาด กลิ่นคชาหอมชะมัดเลยครับ
“อื้อ ต๋าวววว เดี๋ยวเป็นรอย พรุ่งนี้ต้องถ่ายละคร”
หืม ครับ รับผิดชอบต่อหน้าที่การงานดีมากครับ at love ของผม มือผมที่ลูบไล้อยู่บนหลังเนียนย้ายลงมาขยำก้อนเนื้อกลมทั้งสองเบื้องล่าง  ก่อนจะรั้งดึงสะโพกสวยลงมาบดเบียดกับความเป็นชายของตัวเองที่ตอนนี้เหยียดแข็งจนปวดหนึบ
“ไม่ให้ดูด และจะให้ทำอะไรล่ะ จะให้นอนดูเฉยๆเหรอ”
ไอ้หนูที่หน้าแดงอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งแดงแจ๋ขึ้นไปอีกจนผมเริ่มเป็นห่วงว่าเดี๋ยวมันจะระเบิดตูมหรือเปล่า คชาผงกหัวเบาๆเป็นคำตอบ บ่ะ! วันนี้นนทนันท์จะออนท๊อปโว้ยยยยย

ผมยิ้มเจ้าเล่ห์กลับไปให้เค้า แล้วเปิดลิ้นชักหัวนอนหยิบเจลหล่อลื่นเจ้าเก่ายื่นให้
“ไม่ช่วยนะวันนี้ ทำเองได้ไหม”
“ดะ ได้สิ เดี๋ยวทำเอง อยู่เฉยๆ”
เด็กน้อยหลับหูหลับตาตอบ มือสวยสั่นน้อยๆตอนเปิดขวดของเหลวรสสตอว์เบอรี่ที่ใกล้จะหมดแล้ว (รบกวนใครซื้อขวดใหม่มาให้ด้วยนะครับ) คชาบีบเจลเนื้อใสลงบนอาวุธของผม แล้วมือเย็นก็เริ่มลูบไล้ รูดหนังหุ้มเนื้อหยุ่นขึ้นลง ผมซื้ดปากด้วยความเสียว พยายามสงบใจไม่ให้ตัวเองแตกคามือไปเสียก่อน
“อื้มมมม ชา ไม่ไหวแล้ว ใส่เถอะ เตรียมข้างหลังด้วยนะ เดี๋ยวเจ็บ “
คชาวันนี้ว่าง่ายเหลือเกิน เด็กตัวแดงแอ่นตัวขึ้น บีบเจลใสใส่มืออีกรอบ แล้วอ้อมไปสัมผัสตัวเองทางข้างหลัง นิ้วมือยาวขยับป้ายเจลวนเวียนอยู่ตรงปากทางเข้า ก่อนจะดันนิ้วสวยเข้าไปในช่องแคบๆ นิ้วยาวขยับผลุบเข้าผลุบออกระหว่างแก้มก้นกลมที่เห็นได้ชัดรอดหว่างขาจากด้านหน้า แผ่นอกเรียบเนียนขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่แรงขึ้นเรื่อยๆของเจ้าของ ผมอดใจไม่ไหวต้องเอื้อมมือไปลูบเล่นกับยอดอกที่ถูกดูดจนบวมแดงอีกครั้ง คชาที่ตอนแรกแม้มปากแน่นเผลอครางออกมาจนได้
“ร้ายนะเรา ไปหัดยั่วแบบนี้มาจากไหน กับไอ้เด็กเก้านั่นเหรอ”
ผมผลิกฝ่ามือขึ้นแล้วใช้หลังมือลูบไล้แผ่นอกขาวแทน ผมกดข้อนิ้วตัวเองย้ำๆลงบนยอดเนื้อสีสดที่บวมจนเต่งแล้วออกแรงหนีบดึงมันขึ้นมาระหว่างข้อนิ้ว แค่ขยับบี้เพียงเล็กน้อย คชาก็ร้องลั่น
“อ๊า....เต๋า เจ็บ”
“เต๋าถามก็ตอบสิ ไปทำแบบนี้กับใครมารึปล่าวคชา ห๊า”
เด็กน้อยเริ่มน้ำตาซึมอีกครั้ง
“ไม่ได้ทำ  ชามีเต๋าคนเดียว จริงๆนะ”
ผมยิ้มด้วยความพอใจ เปลี่ยนจากแรงหนีบมาเป็นลูบเล่นเบาๆแทนเพื่อปลอบโยน  บางทีก็สงสารเค้านะ ก็ผมน่ะชอบรุนแรงกับเค้าอยู่เรื่อย แต่มันหมั่นเขี้ยวนิ อดใจไม่ไหวนี่ครับ ก็ไอ้ดื้อมันน่าฟัดน่าขยำซะขนาดนี้

“นิ้วเดียวไม่พอมั้งคชา มันใหญ่อยู่นะ เดี๋ยวจะรับไม่ไหวเอานะ”
หัวเห็ดผงกลงช้าๆ แต่เจ้าตัวไม่มองหน้าผมเลยครับ ตานี่เสไปที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ผมยิ่งชอบใจใหญ่เลย เห็นอย่างงี้แล้วยิ่งอยากแกล้ง
นิ้วยาวถูกเพิ่มจำนวนเข้าไปทีละละนิ้ว บ้างก็ถ่างกางออก บ้างก็ถูไถ เจ้าของช่องแคบครางเสียงระงม ผมลูบไล้ผิวเนียนยาวเรื่อยลงมาถึงแท่งเนื้ออ่อนสีชมพูที่ตอนนี้เหยียดยาวปลายหลั่งน้ำไสเปรอะเปื้อนไรขนอ่อนที่รองรับอยู่ คชาไม่ค่อยมีขนหรอกครับ ทั้งเนื้อทั้งตัวเนียนเรียบสะอาดหมดจดราวกับเด็กน้อย ขนเบื้องล่างก็บางเบาอ่อนนุ่นจนผมเผลอลูบเล่นอยู่บ่อยๆ
“ชาจ๋า....พร้อมรึยัง จะไม่ไหวแล้วนะ”
“อึ อื้ม พร้อมแล้ว...มั้ง”
คชาถอนนิ้วตัวเองออกจากช่องทางเฉอะแฉะด้านหลัง มือสวยที่เปรอะเปื้อนหล่อลื่นขยับรูดรั้งให้ผมอีกสองสามทีก่อนจะจับเจ้าหัวมังกรไปจ่อที่ปากถ้ำของตัวเอง
คชาที่น่าสงสารกัดปากแน่นขณะพยายามกดสะโพกลงรับสิ่งที่ใหญ่กว่านิ้วมากเข้าไปในช่องเล็กๆ ผมคลึงเค้นสะโพกสวยปลอบโยน หวังว่าจะช่วยผ่อนคลายความเจ็บปวดลงบ้าง
“อึก อ้า เข้าหมดแล้ว ซื้ด”
คชารายงานให้ผมฟัง แผงขนตาหนาเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา น่ารักน่าเอ็นดูที่สุด
“ขยับได้ไหมครับ ค่อยๆ”
“อื่ม”
คชาวางมือลงบนหน้าท้องของผม  ใช้มันเป็นฐานกดยกตัวเองขึ้นลง แรกๆก็ติดขัดเลยเริ่มแบบช้าๆ พอเจ้าตัวเคยชิน ก็เพิ่มความเร็วขึ้น เต๋าน้อยขูดเสียดสีกับผนังนุ่มร้อนข้างในที่ตอนนี้ตอดรัดของผมขมุบขมิบจนผมแทบคลั่งด้วยความเสียว ผมเอื้อมมือไปช่วยลูบไล้ส่วนหน้าของคชาที่ตอนนี้ปลายยอดหลั่งน้ำใสยาวลงมาเป็นทาง สะบัดเลอะเทอะตามจังหวะการโยกของเจ้าของ
ก้อนเนื้อกลมทั้งสองเบียดกระแทกกับหน้าขาของผมเป็นจังหวะ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังลั่นห้อง สลับกับเสียงหวานที่เปล่งออกมาจากปากสวยที่ตอนนี้แดงเจ่อของคนข้างบน ผมปล่อยให้เค้าคุมเกมส์ทุกอย่างตามที่เค้าจะปรารถนา วินาทีนี้ คชาเซ็กซี่ที่สุดเลยครับ
ใช้เวลาไม่นานปลายแท่งเนื้อของคชาก็ฉีดพ่นน้ำรักออกมาจนเต็มหน้าท้องของผมโดยที่ผมไม่ได้ให้ความช่วยเหลือใดๆกับเค้าเลย  ช่องข้างหลังตอดรัดของผมแน่นเมื่อเค้าถึงจุดสุดยอด ก่อนจะตอดถี่ๆจนเค้าเริ่มสงบลง เด็กน้อยหอบแฮกซุกหน้าลงบนอกผม ผมลูบหัวเค้าเล่นเบาๆปลอบโยน แล้วประกบปากจูบหน้าผากกลมด้วยความรัก

“เต๋า ชาทำให้ขนาดนี้แล้ว หายโกรธได้หรือยัง”
“จะหายโกรธได้ไงละครับ เต๋ายังไม่เสร็จเลยนะ”
ไอ้หนูหน้าแดง หันหนีจากอกผม
“ชาไม่ไหวแล้ว เต๋าทำเองได้ไหม”
“จะให้ทำยังไงล่ะ ชายังทับเต๋าอยู่เลย”
คชาหน้าแดงขึ้นไปอีก คงพึ่งนึกได้ว่าของผมยังคาอยู่ข้างหลังเค้าอยู่เลย ขาอันสั่นเทาพยายามขยับถอนตัวออกแล้วย้ายลงไปนอนหมอบโก่งโค้งอยู่บนที่นอน สะโพกกลมมนลอยเด่นเผยให้เห็นช่องทางรักสีเข้มที่ถูกเสียดสีจนเริ่มบวมแดง

“ตะ เต๋าทำที่เหลือเองนะ ชาไม่มีแรงแล้ว”
ไอ้หนูหน้าแดงบอกผมเสียงอู้อี้ ผมก็ไม่มีปฏิเสธหรอกครับ ก็สะโพกสวยมาแกว่งให้เอาอยู่ตรงหน้าขนาดนี้
ผมเลียริมฝีปากตัวเองอย่างลืมตัวก่อนจะกอบกุมยึดเอาสะโพกสวยไว้เป็นฐานรับการกระแทกจนเต็มสองมือ
“บะ เบาๆนะเต๋า เจ็บ”
“ไม่เจ็บละมั้งกลวงโบ๋ซะขนาดนี้”
“อะ ไอ้บ้า”
โอเคครับ ผมอาจจะพูดเกินจริงไปหน่อย 5555 ก็ดูสิ ปากทางเล็กๆที่เคยปิดสนิท แต่เพราะการเบิกทางที่กระทำไปก่อนหน้า บวกกับท่าที่คชาหมอบโก่งโค้ง ตอนนี้ทางน้อยๆนั่นเปิดออก เผยให้เห็นเนื้อสีแดงตอดตุบอยู่ข้างใน ผมงี้กลืนน้ำลายเอือกก่อนจะส่งความเป็นชายเข้าไปทีเดียวมิดลำ
“โอ้ย เต๋า เบาๆ”
“เบาไม่ไหวแล้วคชา ยั่วกันขนาดนี้”
คชากัดปากแน่น นอนรอรับการกระแทกกระทั้นของผม ช่องทางน้อยลื่นไหลเข้าออกได้ง่ายไม่ติดขัดทั้งจากหล่อลื่นที่คชาใช้ และจากน้ำคัดหลั่งของผมเอง ผมยอมรับว่าวันนี้ผมมีอารมณ์มากกว่าปกติ แต่ผมว่าใครเจอแบบนี้ก็คงจะเป็นเหมือนกันหมดแหละ ใช่ไหมครับ

“ต๋าวววว หายโกรธชานะ ชารักเต๋านะ...................งื้อ ทำไมใหญ่ขึ้นอีกแล้วล่ะ โอ้ยยยย”
ก็พ่อลูกกวางน้อยนะสิ มาทำตาปรือเหลียวหลังหันมาเอื้อนเอยคำหวานกับผม แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เลือดของผมไหลหลั่งไปกองรวมกันที่หน้าขาจนไอ้เต๋ายักษ์ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นไปอีก คำรักที่ปกติหาฟังได้ยากมากกกหลุดออกมาจากปากอิ่มสวยคำแล้วคำเล่า นี่ละครับ อนุภาพของแอลกอฮอล์ในสายเลือด มันช่างเป็นช่วงเวลาอันมีคุณค่าน่าจดจำเสียจริงพ่อเจ้าประคุณโว้ยยย เพราะปกติเห็นหลุดจากปากสวยนั่นออกมาแต่ละคำ มีแต่ฝูงสัตว์ ไม่ก็ด่าพ่อล่อแม่กูทั้งนั้น กว่าจะบอกรักที นี่ยากกว่างัดอ้อยออกจากปากช้างซะอีก
ผมเดินหน้ากระแทกกระทั้นไม่ยั้ง มือรั้งเอวคชาเข้าหาหน้าตักตัวเองแรงจนเอวบางขึ้นรอยมือ เด็กน้อยซุกหน้าครางเสียงหวานอยู่อยู่กับหมอน
“ชา เงยหน้ากลับขึ้นมา เดี๋ยวหายใจไม่ออก”
“ไม่!
เฮ้อ ไอ้ดื้อกลับมาแล้วครับ ช่วงนาทีทองของผมกับคชาน่ารักผู้แสนจะเอาใจและเชื่อฟังหมดลงแล้ว แต่ไม่เป็นไร ยังไงก็ยังได้เอาละวะ หึหึ
ขณะที่ผมซอยยับอยู่ข้างหลัง อีกมือก็เอื้อมไปรูดกำของคชาให้ด้วย คชาครางกระเส่าเพราะทั้งข้างหน้าและข้างหลังถูกปลุกกระตุ้นไปพร้อมๆกัน ผมกระแทกย้ำๆลงบนจุดเสียวของคชาที่อยู่ลึกภายใน ใช้เวลาไม่นานทั้งผมและเค้าก็เสร็จ

ผมซบหน้าตัวเองอยู่บนแผ่นหลังเนียน เม็ดเหงือเล็กๆผุดทั่วทั้งตัวคชาส่งกลิ่นหอมๆออกมาให้ผมสูดดมจนเต็มปอด ผมทั้งสูด ทั้งจูบ ทั้งดมเค้าให้หายคิดถึง พอผมกับเค้าเริ่มหายใจเป็นปรกติ ผมก็ถอนตัวเองออกมาช้าๆ แล้วจับเค้าพลิกหงายแล้วขึ้นทาบทับ
“ฟ๊อด จุ๊บๆๆๆๆ อื้ม ชาจ๋า ยังชำระความไม่เสร็จ คืนนี้อย่าหวังจะได้นอนเลยนะ “
“อื้อ”
“จุ๊บๆๆๆๆๆ ขอเต๋าพักสักสิบนาทีนะคนดี เดี๋ยวพี่จะพาขึ้นสวรรค์”
“อ๊ะ”
“ไหน เริ่มมีอารมณ์ด้วยแล้วสิ แหม ครางใหญ่เชียว”
“อุ๊บ!
“อ้าว เอามือมาปิดปากไว้ทำไมละจ้ะ ขอจูบหน่อย”
“ต๋าววว.....อย่า”
“แหม อย่าห้ามกันให้ยากเลยครับเบบี้ ฟ๊อดๆ”
“เต๋า....ปล่อยยยยย”
“คร้าบบบบ ไม่ต้องมาทำสะดีดสะดิ้งหรอกน่าแหม”
“ไอ้เต๋า ไอ้เหี้ย ปล่อยกู กูจะอ๊วก!
อ๊ากกกก ไอ้เด็กเวร! ผมงี้รีบลากมันเข้าห้องน้ำอย่างไว ดีนะ ไม่พุ่งใส่หน้ากู เวรจริงๆ หลังจากพ่อคุณเค้าอ๊วกออกมาจนหมดกระเพาะ ก็ทำท่าจะผลอยหลับซะให้ได้ ลำบากผมต้องมาทำความสะอาดเช็ดเนื้อเช็ดตัว แล้วลากไอ้หนูที่กึ่งหลับกึ่งตื่นกลับออกมานอนแผ่สองสลิงบนเตียง

Zzzzzzzz
“ชาเอ้ย  ไอ้เด็กบ้า ตื่นขึ้นมาก่อนนะโว้ย นี่กูยังไม่ได้ชำระความกับมึงเลยนะโว้ย “
“งื้ออออ แจ๊บๆๆๆ Zzzzzz
“หื๊มมมมมมม ไอ้.... “
กูหมดคำด่าเลยครับ นี่ต้องทำโทษไอ้ดื้อยังไงให้มันได้หลาบจำบ้างนะ เดี๋ยวจะไม่อยู่แล้วด้วย ไกลหูไกลตาเกิดมันจะไปเที่ยวป้อใครแล้วผมจะทำยังไง ผมลูบผิวเนียนๆของเด็กน้อยที่นอนสลบไสลไม่ได้สติแล้วก็พลันเกิดไอเดียบรรเจิด
“หึหึ คชาเอ้ย จะเอาให้ไม่กล้าไปแก้ผ้าให้ใครดูเลย”

................................................................................................................................................................................

Kacha’s mind

ห๊าวววว แจ๊บๆๆ ปวดหัวชะมัด นี่มันกี่โมงแล้ววะเนี่ย
“ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้าง”
เต๋ายันตัวลุกขึ้นจากที่นอนมานั่งหล่อออร่ากระจายอยู่ข้างๆผม ผมงี้ไม่กล้าสบตามันเลยครับ
“อ้าวเงียบ”
“โอ โอเค...ปวดหัวนิดหน่อย”
“กินยาไหม”
เต๋าเอื้อมมือมาแตะหน้าผาก
“ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็หาย”

“จำได้ไหม เมื่อคืนทำอะไรเต๋าอ่ะ”
เต๋าทำหน้าเจ้าเล่ห์ ยิ้มหื่นใส่ผม
“มะ ไม่รุ้ จำไม่ได้ กุเมา”
“อ้าวเหรอ ว๊า น่าเสียดายจัง เมื่อคืนชาฮอตมากเลยนะ รู้ตัวไหม”
แว๊กๆมึงไม่ต้องมาทำปูไต่กะกู ผมงี้รีบหาเรื่องโวยวายดักคอคนหื่นก่อนเลยครับ
“เมื่อวานแม่งทำไมกลับดึก กูมารอตั้งนาน”
“ก็....ยังไม่อยากกลับบ้านน่ะ เลยไปกินเหล้ากับพี่ตี๋”
ดู๊ดู มันลอยหน้าลอยตาตอบผมอะครับ
“แล้วทำไมโทรไปไม่รับ ขนาดโทรเข้าเครื่องพี่ตี๋ก็ยังไม่รับอีก”
“ก็.... ไม่รับก็เพราะว่ายังไม่อยากคุยไงครับ”
ฮือ แล้วมึงจะทำบึ้งตึงใส่กูทำไมอีกเนี่ย
“อะไรอะเต๋า ยังโกรธอีกเหรอ”
“แล้วมันน่าโกรธไหม อุตส่าห์ไปหาถึงกอง แม่งขับรถโคตรไกลอ่ะ”
“เอ่อ ชีวิตกูมันเหมือนละครน้ำเน่า ทำไมมึงต้องบังเอิญไปเจอตอนนั้นด้วยวะ”
“ละครพ่อง!
แว๊ก มันตวาดใส่ผม
“งื้อออ”
“ กูแอบนั่งดูมึงมาสักพักละ เห็นหลับเลยปล่อยให้นอนพักไปก่อน เดี๋ยวว่าจะไปปลุก ใครจะไปรู้ว่าแม่งจะโดนตัดหน้า ทำไมชอบมันมากใช่ไหม ไอ้เด็กเก้าเนี่ย ปล่อยให้เค้ากอดเค้าหอมอยู่ได้”
“บ้าดิมึง น้องมันเล่นเฉยๆ เค้าก็เล่นกันงี้ทั้งกองแหละ”
“อ้อ นี่มีหลายคนด้วย แรดนักนะคชา เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย”
“โอ้ยยย ประสาทแดกละมึง เล่นกันเฉยๆโว้ย ไม่มีใครเค้าวิปริตเหมือนมึงหรอก แล้วไปหากูทำไม ดอกไม้ ชอกกาแลตก็ไม่มีมาให้ วาเลนไทน์นะโว้ย”
ผมงี้รีบโวยวายกลบเกลื่อนเลยครับ เดี๋ยวไอ้หมาบ้ามันจะขึ้น
“อะไรจ้ะ เมื่อคืนก็จัดไปสองดอกแล้วไง หรือจะเอาอีก พี่เต็มใจให้ หึๆๆๆๆๆๆ”
โว๊ะ ไอ้นี่ เปลี่ยนโหมดไวซะ เมื่อกี้ยังโกรธ ขึ้นเสียงใส่กูอยู่ไม่ใช่เรอะ มาหื่นอีกละ
“มะ ไม่! อันนั้นไม่นับสิ ก็เต๋ากลับมาเลยเที่ยงคืน ไม่ใช่วาเลนไทน์แล้ว”
“คือจริงๆ เมื่อวานไปหาน่ะ เพราะมีของจะให้”
“อ๊ะ อะไรๆ”

เต๋าลุกไปหยิบเป้MCMสีขาวแล้วล้วงเข้าไปหยิบกล่องสีขาวเล็กๆออกมา
“อ่ะ ให้”
ผมแกะโบว์สีแดงที่ผูกอยู่บนกล่องหนังสี่เหลี่ยมเล็กออก แล้วเปิดกล่องดูด้วยความตื่นเต้น
“แหวน!
“อื่ม ชอบไหม”
“ให้ทั้งสองวงเลยเหรอ”
ผมหยิบแหวนทองคำขาวเกลี้ยงๆออกมากลิ้งเล่นบนฝ่ามือ
“ไม่ใช่ละ ไอ้งก ของเต๋าวงนึงสิ”
เต๋าตบหัวผมเบาๆ ผมหัวเราะคิกแล้วยกแหวนขึ้นมาส่องกับแสงอาทิตย์ยามเช้า
“ข้างในมีสลักด้วยอ่ะ เขียนว่า....... Tao’s At Love
เต๋ายิ้มละมุนกลับมาให้ผม
“ใช่ อยากดูอีกวงไหม”
ผมหยิบแหวนที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ ต่างกันก็แค่อีกวงมีขนาดใหญ่กว่าของผมเล็กน้อยขึ้นมาส่องดู ข้างในถูกสลักไว้ว่า Kacha’s At Love ผมเผลอยิ้มออกมาไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

“มะ เดี๋ยวเต๋าใส่ให้ แพงนะ อย่าให้หายนะโว้ย”
เต๋ายกมือซ้ายของผมขึ้นมา ก่อนจะบรรจงสวมแหวนสีเงินเกลี้ยงลงบนนิ้วนางของผม
“เต๋าอ่ะ ใส่นิ้วนางข้างซ้าย เดี๋ยวคนอื่นเค้าก็รู้หมดสิ   =////////=
โอ้ย กูเขิลโว้ย คิคิ
“ทำไม กลัวใครจะรู้รึไงว่ามีเจ้าของแล้ว ห๊า”
นั่น ไอ้หมาบ้ามันทำท่าจะอาละวาดอีกแล้วครับ ช่วยด้วย
“ไม่ คือจะถามว่า ใส่ไว้อีกข้าง หรือห้อยคอไว้ได้ไหม”
ผมเอาน้ำเย็นเข้าลูบ อารมณ์มันขึ้นลงอย่างกับหญิงวัยหมดประจำเดือนเลยครับ
“ อ้อ ได้ๆ  จริงๆว่าจะให้ตั้งแต่เมื่อคืนละ แต่ชาแม่งเมาไม่รู้เรื่อง แค่เบียร์ไม่กี่กระป๋องก็เมาขนาดนี้ละ แม่งอ่อนว่ะ”
“อ่อนอะไร กูไม่ได้เมาโว้ย”
“อ้าว ไม่เมางั้นก็จำได้สิ ว่ายั่วเต๋ายังไงบ้าง”
ชิบหาย พลาดละกู
“ไม่ คือแบบ จำได้ลางๆ”
ขายผ้าเอาหน้ารอดไปก่อนแล้ววุ้ย
“แล้วนี่ไปหัดยั่วอย่างงี้มาจากไหน ไอ้เก้าเหรอ เหรอพี่ทีมงานหน้าหมีนั่น ให้เค้าล้วงเข้าไปในเสื้อได้ไง พับผ่าสิ ห๊า ไปหัดที่ไหนมา ห๊า”
แง๊ ไอ้เต๋าตีผมใหญ่เลย ไอ้พวกชอบทารุณ มึงนี่เองที่เป็นสาเหตุของการใช้ความรุนแรงในครอบครัวอ่ะ ไอ้เหี้ย
“โอ้ยๆ เต๋าเจ็บ แง๊... กูไม่ได้ไปหัดกับใคร”
“แล้วจะทำเป็นได้ไง อ่อยกันซะขนาดนี้ เพี๊ยะๆ”
มันตีก้นผมไม่ยั้งเลยครับ TT_TT
“โอ้ยๆ มะ ไม่ได้หัดจริงๆ ฮืออออ กุดูในเน็ตมา”
เต๋าชะงักก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา
“อ้ออออ ในเน็ต เหรออออ เค้าทำยังไงล่ะ เล่าซิ”
“มะ ไม่รู้ จำไม่ได้แล้ว”
แล้วทำไมมึงต้องมาทำหน้าหื่นเสียงหื่นใส่กูด้วยเนี่ย ฮื่ออออ
“เหรออออ จำไม่ได้แล้วเหรอ”
“อึ อื้ม TTvTT
“งั้น...... ถ้าจำไม่ได้มาย้อนรอยหน่อยดีม๊ะ”
“งื้อออ ไม่เอาอะเต๋า พอแล้ววว ฮื่อออ”
มันกดผมอีกแล้วครับคุณผู้ชม ช่วยผมด้วย

“เนี่ย รู้ไหม วันวาเลนไทน์นี่ฝรั่งเค้าเรียก V day
“แล้ว.....”
มันจะมาไม้ไหนของมันว่ะ อยู่ๆก็เกิดอยากจะทำตัวเป็นสารานุกรมเดินได้
“เดี๋ยวเต๋าจะสอนวิชาภาษาอังกฤษที่เกี่ยวข้องกับวันวาเลนไทน์ไง เริ่มจาก.... มาเรียนรู้ตัวอักษรที่ประกอบเป็นคำ ตัวแรก.......”
มือปลาหมึกของเต๋าลวนลามผมไปทั่วเลยครับ แถมไม่พอมันยังจักกะจี๋เอวผม ผมงี้ดิ้นพล่านถีบผ้าห่มที่คลุมตัวผมอยู่ลงไปกองข้างเตียงเลยครับ
“อย่าเต๋าๆ ไม่เอาเดี๋ยวไปกองสาย อย่า 55555 ..............อ๊ะ! เฮ้ย! ขนกู!
ผมแทบสิ้นสติ ก็ตอนที่เหลือบไปเห็นเบื้องล่างอันเปลือยปล่าวของตัวเองที่ตอนนี้เปลือยปล่าวยิ่งขึ้นไปอีก ก็ขนอันน้อยนิดที่เคยปกคลุมของสงวนของผมมันอันตรธานหายไปไหนไม่รู้อย่างน่ามหัศจรรย์

“อ้อ เต๋าโกนออกอีกแหละ เดี๋ยวเต๋าจะไม่อยู่หลายวัน จะได้ไม่ไปแก้ผ้าให้ใครเค้าดู”
เต๋ายักไหล่ชิลๆ ทำท่าเหมือนว่านี่มันเรื่องเล็กเสียเต็มประดา จะโวยวายทำไม
“ไอ้เต๋า ไอ้เวร มึงทำอย่างงี้กะกูได้ไง”
ผมงี้โวยวายลั่นเลยครับ
“อ้อ เดี๋ยวเต๋าจะยิ่งยุ่งถ่ายละคร แถมละครเวทีอีก คงต้องออกต่างจังหวัดบ่อย เลิกงานแล้วก็กลับบ้านเลยนะครับ อย่าไปเที่ยวเล่นเตร็ดเตร่ เป็นห่วง”
“งื้อออออ TvT
“เวลาอยู่ในกองก็ระวังเนื้อระวังตัวบ้าง อย่าปล่อยให้ใครลวนลามง่ายๆ พี่หมีควายถึกทึนนั่นก็ไม่ได้ เจ่เจ้ก็อย่ายอมนะ แล้วระหว่างที่เต๋าไม่อยู่..............อย่ายุ่งกับใครให้มันมั่วนักนะ จะจับเผาขนให้หมดเลย
O___O
อยู่ๆ เต๋าก็เปลี่ยนจากโหมดพูดชิลๆมาเป็นโหมดโหด ถลึงตาทำหน้าเหี้ยมขู่ผม มึงจะเอาขนเหี้ยอะไรอีกล่ะครับ กูไม่เหลืออะไรจะให้มึงเผาแล้วโว้ย ง้อออออว์
พอเต๋าหายจากอาการองค์ลงแล้ว มันก็กลับมาเป็นเต๋า คุณครูผู้แสนดีอีกครั้ง
“มะ ตอนนี้กลับเข้ามาสู่บทเรียนภาษาอังกฤษกันอีกครั้งนะครับ เริ่มด้วยการทำขาเป็นรูปตัว V.......”
https://www.youtube.com/watch?v=9ZbreBqnCLQ
...................................................................................................................................................................

ไอ้เต๋า ไอ้ถึกไม่บันยะบันยัง ไอ้หื่นโคตรพ่อโคตรแม่ คลาสภาษาอังกฤษจริงๆละครับ เพราะนอกจากขะต้องทำขาเป็นรูปตัว V ก็ยังมีตัว M ตัว L และตัวอะไรอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะแยะ พร้อมด้วยการฝึกออกเสียง Ohhhh Ahhhh และความหมายของคำว่า Climax, G-spot และคำว่า Bareback กันตลอดทั้งเช้า ดูเอาเถอะ ขนาดผมบอกมันว่าผมต้องไปกองต่อมันก็ไม่ยอม ล่อซะผมแทบจะตายคาอกมันเลยครับ พอมันฟัดผมจนหนำใจ มันก็จับผมอาบน้ำ ป้อนข้าว แล้วขับรถเอาผมมาส่งที่กองถ่าย ก่อนจะไป ไอ้แมวเผือกมันทำเท่เต๊ะจุ๋ยใส่แว่นดำ แล้วพูดว่า
Have a great day, At Love อย่าแรดให้มันมากนักนะ จุ๊บๆ”
ก่อนจะทำเปรี้ยวส่งจูบแล้วเร่งรถหนีไปทิ้งให้ผมยืนเหวอในความเสี่ยวนรกของมัน  Have a great day พ่อง กูนี่เหนื่อยจนขาสั่นไปหมดแล้ว ไม่พอ ยังเสือกมาโกนขนที่ปกติกูก็มีน้อยนิดจะแย่ทิ้งอีก เกิดพวกพี่คอสตูมหรือใครมาเห็นจะแก้ตัวว่ายังไงละเนี่ย ฮื่ออออออ

 ไหน มันจะไม่อยู่หลายวันใช่ไหม กูจะดื้อ กูจะลวนลามคนอื่น กูจะไปเที่ยวสำเริงสำราญให้หนำใจเลยคอยดู ว่าแล้วผมก็โพสรูปลงไอจีเลยครับ เอ่อ กูจะแรดให้ดู บอกเลย!